กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักกี่ % นายจ้างสมทบเท่าไร ลาออกได้เงินคืนเท่าไร เสียภาษีไหม (พร้อมสูตร Excel)
30 ตุลาคม 2569 · อ่าน 7 นาที
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) เป็นสวัสดิการที่บริษัทหลายแห่งมีให้พนักงาน ทุกเดือนลูกจ้างถูกหักเงินส่วนหนึ่ง และบริษัทจ่ายสมทบให้อีกส่วน เงินก้อนนี้ถูกนำไปลงทุนจนกว่าลูกจ้างจะออกจากงาน บทความนี้สรุปว่าหักได้กี่ % นายจ้างต้องสมทบเท่าไร ลาออกแล้วได้เงินเท่าไร และเมื่อไรต้องเสียภาษี พร้อมสูตร Excel ที่เอาไปใช้ได้เลย
หักเท่าไร นายจ้างสมทบเท่าไร
| ต่ำสุด | สูงสุด | |
|---|---|---|
| เงินสะสม (หักจากลูกจ้าง) | 2% ของค่าจ้าง | 15% ของค่าจ้าง |
| เงินสมทบ (นายจ้างจ่าย) | ไม่น้อยกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง | 15% ของค่าจ้าง |
ข้อที่คนมักพลาด คือ นายจ้างต้องสมทบไม่น้อยกว่าที่ลูกจ้างสะสม เช่น ลูกจ้างเลือกสะสม 5% นายจ้างต้องสมทบอย่างน้อย 5% (บริษัทส่วนใหญ่กำหนดอัตราไว้ในข้อบังคับกองทุน เช่น ลูกจ้างเลือกได้ 3–15% บริษัทสมทบ 3–5% ตามอายุงาน)
ตัวอย่าง: เงินเดือน 30,000 บาท สะสม 5% สมทบ 5%
- ถูกหักเข้ากองทุน 30,000 × 5% = 1,500 บาท
- บริษัทสมทบให้อีก 1,500 บาท
- รวมเข้ากองทุนเดือนละ 3,000 บาท
ฐานที่ใช้คิดคือ ค่าจ้าง ตามที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด ส่วนใหญ่ใช้เงินเดือนประจำ ไม่รวมค่าล่วงเวลาและโบนัส
นายจ้างต้องนำส่งเมื่อไร
นายจ้างต้องนำเงินสะสมที่หักไว้ พร้อมเงินสมทบของตัวเอง ส่งเข้ากองทุน ภายใน 3 วันทำการนับจากวันจ่ายค่าจ้าง เช่น จ่ายเงินเดือนวันศุกร์ที่ 29 ม.ค. 2570 ต้องส่งภายในวันพุธที่ 3 ก.พ. 2570 (นับเฉพาะวันทำการ ข้ามเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด)
นอกจากเป็นหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ถ้าส่งช้า เงินสมทบส่วนนั้นอาจนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีของบริษัทไม่ได้ จึงควรจดวันจ่ายค่าจ้างและวันนำส่งไว้ทุกเดือน
ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร
เงินที่ ลูกจ้างสะสมเอง นำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่
- ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างทั้งปี และ
- ไม่เกิน 500,000 บาท (วงเงินนี้รวมกับ RMF, SSF, ประกันชีวิตแบบบำนาญ, กบข., กอช. และกองทุนครูเอกชนแล้ว)
เงินที่นายจ้างสมทบลดหย่อนไม่ได้ ตัวอย่างข้างบน ถูกหักปีละ 1,500 × 12 = 18,000 บาท ลดหย่อนได้ 18,000 บาทเต็ม เพราะไม่เกิน 15% ของค่าจ้างทั้งปี (360,000 × 15% = 54,000 บาท)
ลาออกแล้วได้เงินคืนเท่าไร
เมื่อออกจากงาน เงินในบัญชีแบ่งได้ 4 ก้อน
- เงินสะสม ที่ตัวเองถูกหัก: ได้คืนทั้งหมด
- ผลประโยชน์ของเงินสะสม: ได้คืนทั้งหมด
- เงินสมทบ ของนายจ้าง: ได้ตาม ตารางสิทธิ์ (vesting) ในข้อบังคับกองทุน
- ผลประโยชน์ของเงินสมทบ: ได้ตามตารางสิทธิ์เช่นกัน
ตารางสิทธิ์แต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน ตัวอย่างที่พบบ่อย
| เป็นสมาชิก | ได้ส่วนของนายจ้าง |
|---|---|
| ต่ำกว่า 1 ปี | 0% |
| 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | 25% |
| 3 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี | 50% |
| 5 ปีขึ้นไป | 100% |
ถ้าลาออกตอนเป็นสมาชิก 2 ปี 9 เดือน ตามตารางนี้จะได้ส่วนของนายจ้างแค่ 25% ถ้าอดทนอีก 3 เดือนจะได้ 50% ก่อนยื่นใบลาออกจึงควรเช็กตารางสิทธิ์ของบริษัทก่อน
ถ้ายังไม่ต้องการใช้เงิน ส่วนใหญ่เลือก คงเงินไว้ในกองทุน หรือ โอนไปกองทุนของบริษัทใหม่ หรือโอนไป RMF for PVD ได้ ไม่ต้องเสียภาษีตอนโอน และนับอายุสมาชิกต่อเนื่อง
ต้องเสียภาษีตอนออกไหม
ได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด เมื่อ
- ออกเพราะ เกษียณตามข้อบังคับ โดย อายุ 55 ปีขึ้นไป และ เป็นสมาชิก 5 ปีขึ้นไป หรือ
- ออกเพราะเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ
กรณีอื่น (เช่น ลาออกก่อนอายุ 55 ปี) เงินสะสมของตัวเองไม่ต้องเสียภาษี แต่ ส่วนของนายจ้างและผลประโยชน์ทั้งหมด (ก้อน 2–4) ต้องนำไปคิดภาษี มี 2 ทางเลือก
- ทำงานไม่ถึง 5 ปี: ต้องนำไปรวมกับเงินได้ทั้งปี คิดภาษีตามปกติ
- ทำงาน 5 ปีขึ้นไป: เลือก แยกยื่น ได้ (ใบแนบ ภ.ง.ด.90/91) ซึ่งมักเสียภาษีน้อยกว่ามาก
วิธีคิดภาษีแบบแยกยื่น
- หัก 7,000 × จำนวนปีที่ทำงาน (เศษของปีตั้งแต่ 183 วันนับเป็น 1 ปี)
- ที่เหลือหักอีกครึ่งหนึ่ง
- ยอดที่เหลือคิดภาษีขั้นบันได (150,000 แรกไม่เสีย, ถัดไป 5%, 10%, 15% ...)
ตัวอย่าง: เงินเดือนเริ่ม 25,000 บาท สะสมและสมทบฝ่ายละ 5% เป็นสมาชิก 15 ปี ผลตอบแทนสมมติปีละ 3% ลาออกตอนอายุ 54 ปี จะได้เงินรวมประมาณ 626,000 บาท ในนั้นเป็นส่วนของนายจ้างและผลประโยชน์ที่ต้องคิดภาษีประมาณ 377,000 บาท
- หัก 7,000 × 15 ปี = 105,000 เหลือ 272,000
- หักครึ่งหนึ่ง เหลือ 136,000
- ไม่ถึง 150,000 บาท → ไม่ต้องเสียภาษีเลย
ตัวเลขภาษีเป็นการประมาณ ก่อนยื่นจริงให้ใช้ยอดจากหนังสือรับรองของบริษัทจัดการกองทุน และตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือ ก.ล.ต.
สูตร Excel คิดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สมมติค่าจ้างอยู่ช่อง B2 อัตราสะสมอยู่ C2 อัตราสมทบอยู่ D2
เงินที่หักลูกจ้าง
=ROUND(B2*C2,2)
เงินสมทบของนายจ้าง
=ROUND(B2*D2,2)
เช็กว่าอัตราถูกเงื่อนไขไหม
=IF(OR(C2<2%,C2>15%),"อัตราสะสมต้อง 2–15%",IF(D2<C2,"นายจ้างต้องสมทบไม่น้อยกว่าลูกจ้าง","ถูกต้อง"))
วันครบกำหนดนำส่ง (วันจ่ายค่าจ้างอยู่ F1 รายการวันหยุดอยู่ H2:H20)
=WORKDAY(F1,3,H2:H20)
อายุสมาชิก (ปี) จากวันเข้าเป็นสมาชิกใน E2 ถึงวันนี้
=ROUNDDOWN(YEARFRAC(E2,TODAY(),1),1)
ทำทั้งบริษัทในไฟล์เดียว
ไฟล์ คำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ช่วยคิดให้อัตโนมัติ:
- ใส่ค่าจ้างและอัตราของแต่ละคน ไฟล์คิดเงินที่ต้องหัก เงินสมทบ และยอดนำส่งรวม
- เตือนทันทีถ้าอัตราสะสมไม่อยู่ใน 2–15% หรือนายจ้างสมทบน้อยกว่าลูกจ้าง
- คิดวันครบกำหนดนำส่ง 3 วันทำการ (ใส่วันหยุดบริษัทได้) และบันทึกการนำส่งที่เตือนเมื่อส่งช้า
- แสดงอายุสมาชิกและสิทธิ์ส่วนนายจ้างของแต่ละคนตามตารางสิทธิ์ที่แก้ได้
- เครื่องคิดเงินที่จะได้ตอนออกจากงาน พร้อมเช็กยกเว้นภาษี และประมาณภาษีแบบแยกยื่น
ถ้าบริษัทมีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป พนักงานที่ ไม่ได้ เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องถูกหักเข้า กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แทนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570 ส่วนการทำเงินเดือน ใช้คู่กับไฟล์ คำนวณเงินเดือน + ประกันสังคม + ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้เลย