กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2570 หักเท่าไร คิดจากฐานอะไร ใครต้องจ่าย ลาออกได้คืนไหม (พร้อมสูตร Excel)
29 ตุลาคม 2569 · อ่าน 7 นาที
ใครทำเงินเดือนพนักงานเองต้องเตรียมตัว เพราะตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 นายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปต้องหักเงินลูกจ้างเข้า กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ทุกเดือน และนายจ้างต้องจ่ายสมทบอีกเท่ากัน บทความนี้สรุปว่าใครต้องจ่าย คิดจากฐานอะไร หักเท่าไร และลาออกแล้วได้อะไรคืน พร้อมสูตร Excel ที่เอาไปใช้ได้เลย
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร
เป็นกองทุนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ดูแลโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ทำหน้าที่เหมือน เงินออมภาคบังคับ ของลูกจ้าง เงินที่ลูกจ้างถูกหักเรียกว่า เงินสะสม ส่วนที่นายจ้างจ่ายเพิ่มให้เรียกว่า เงินสมทบ เมื่อลูกจ้างออกจากงาน จะได้เงินทั้งสองส่วนพร้อมผลประโยชน์คืน
กองทุนนี้ ไม่ใช่ประกันสังคม ต้องหักแยกกัน ประกันสังคมยังหัก 5% ตามเดิม (ดูวิธีคิดได้ที่ ประกันสังคม 2569)
เริ่มเมื่อไร หักเท่าไร
เดิมกำหนดให้เริ่ม 1 ต.ค. 2569 แต่ ครม. มีมติเมื่อ 14 ต.ค. 2569 ให้ เลื่อนออกไป 3 เดือน เพื่อช่วยนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อัตราตามกำหนดใหม่เป็นดังนี้
| ช่วงเวลา | ลูกจ้าง (เงินสะสม) | นายจ้าง (เงินสมทบ) |
|---|---|---|
| 1 ม.ค. 2570 – 31 ธ.ค. 2574 | 0.25% ของค่าจ้าง | 0.25% ของค่าจ้าง |
| ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2575 | 0.5% ของค่าจ้าง | 0.5% ของค่าจ้าง |
นายจ้างหักเงินจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่าย แล้ว นำส่งพร้อมเงินสมทบของตัวเองภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่น ค่าจ้างเดือนมกราคม 2570 ต้องนำส่งภายใน 15 กุมภาพันธ์ 2570
ตัวเลขในบทความอ้างอิงข่าวมติ ครม. ณ เดือนตุลาคม 2569 ก่อนใช้จริงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดที่ www.labour.go.th หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
ใครต้องจ่าย ใครได้รับยกเว้น
ต้องจ่าย: นายจ้างที่มี ลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (นับรวมทุกสาขา) ลูกจ้างทุกแบบนับหมด ทั้งรายเดือน รายวัน และคนที่ยังทดลองงาน
ไม่ต้องจ่าย:
- นายจ้างที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คน
- ลูกจ้างที่เป็น สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของบริษัทแล้ว (ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองฯ แต่ลูกจ้างคนไหนยังไม่ได้สมัคร คนนั้นยังต้องถูกหัก)
- กิจการบางประเภทตามกฎกระทรวง เช่น งานบ้าน มูลนิธิ สมาคม และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน
ฐานที่ใช้คิดคืออะไร
ฐานคือ "ค่าจ้าง" ที่ลูกจ้างได้จริงในเดือนนั้น คือเงินที่จ่ายประจำเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ
- ลูกจ้างรายเดือน: เงินเดือน (บวกค่าจ้างอื่นที่จ่ายประจำ) หักส่วนที่ขาดงานหรือลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
- ลูกจ้างรายวัน: ค่าจ้างต่อวัน × จำนวนวันที่ทำงานจริงในเดือนนั้น
- ไม่นับ: ค่าล่วงเวลา (OT) โบนัส และเงินที่จ่ายไม่ประจำ
ต่างจากประกันสังคมตรงที่ ข่าวที่ออกมาไม่ได้พูดถึงเพดานค่าจ้าง ตัวอย่างในข่าวทุกฉบับคิดจากค่าจ้างเต็มจำนวน ถ้ามีประกาศเพดานออกมาภายหลัง ให้ใช้ตัวเลขนั้นแทน
ตัวอย่างการคำนวณ (ช่วง 0.25%)
| ค่าจ้างต่อเดือน | ลูกจ้างถูกหัก | นายจ้างสมทบ | รวมนำส่ง |
|---|---|---|---|
| 9,500 | 23.75 | 23.75 | 47.50 |
| 15,000 | 37.50 | 37.50 | 75.00 |
| 20,000 | 50.00 | 50.00 | 100.00 |
| 30,000 | 75.00 | 75.00 | 150.00 |
| 50,000 | 125.00 | 125.00 | 250.00 |
ลูกจ้างรายวัน: ค่าจ้างวันละ 400 บาท ทำงาน 26 วัน = 10,400 บาท ถูกหัก 10,400 × 0.25% = 26 บาท นายจ้างสมทบอีก 26 บาท รวมนำส่ง 52 บาท
พอถึงปี 2575 อัตราเพิ่มเป็น 0.5% ตัวเลขในตารางจะเพิ่มเป็น 2 เท่า เช่น ค่าจ้าง 20,000 บาท ถูกหัก 100 บาท
สูตร Excel คิดเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
สมมติค่าจ้างเดือนนี้อยู่ช่อง B2 และอัตราเก็บไว้ในช่อง F1 (ใส่ 0.25%)
=ROUND(B2*$F$1,2)
ลูกจ้างรายวัน ถ้าค่าจ้างต่อวันอยู่ B2 จำนวนวันทำงานอยู่ C2
=ROUND(B2*C2*$F$1,2)
ถ้าลูกจ้างคนไหนเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ใส่ "ใช่" ไว้ช่อง D2) ไม่ต้องหัก
=IF(D2="ใช่",0,ROUND(B2*$F$1,2))
เคล็ดลับ: อย่าพิมพ์ 0.25% ลงในสูตรตรง ๆ ให้เก็บไว้ในช่องตั้งค่าช่องเดียว ปี 2575 อัตราเปลี่ยนเป็น 0.5% ก็แก้แค่ช่องนั้น
ส่งช้ามีค่าปรับไหม
ถ้านายจ้างไม่นำส่งหรือส่งไม่ครบภายในกำหนด ต้องจ่าย เงินเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือน ของเงินที่ยังไม่ได้ส่ง เช่น ค้าง 1,000 บาทไป 1 เดือน ต้องจ่ายเพิ่ม 50 บาท นอกจากนี้ถ้าไม่ยื่นแบบหรือไม่ให้ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด อาจมีโทษจำคุกหรือปรับด้วย จึงควรจดวันนำส่งทุกเดือนไว้ให้ชัด
ลาออกแล้วได้เงินคืนไหม
ได้คืน เมื่อพ้นสภาพลูกจ้างไม่ว่าด้วยเหตุใด ทั้งลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณ หรือเสียชีวิต ลูกจ้างจะได้
- เงินสะสมที่ตัวเองถูกหัก
- เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้ (เท่ากับที่ตัวเองถูกหัก)
- ผลประโยชน์ที่กองทุนนำไปลงทุน
กรณีเสียชีวิต เงินจะจ่ายให้ผู้ที่ลูกจ้างระบุไว้ จึงควรกรอกแบบระบุผู้รับเงินไว้ตั้งแต่แรก
ตัวอย่าง: ค่าจ้าง 15,000 บาท ขึ้นเงินเดือนปีละ 3% ทำงาน 10 ปี (2570–2579) จะถูกหักรวมประมาณ 7,900 บาท นายจ้างสมทบอีกเท่ากัน เมื่อรวมผลประโยชน์สมมติปีละ 1.5% จะได้คืนประมาณ 16,700 บาท หรือราวสองเท่าของเงินที่ถูกหักไป
ทำทั้งบริษัทในไฟล์เดียว
ถ้ามีพนักงานหลายสิบคน ทั้งรายเดือนและรายวัน ไฟล์ คำนวณเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ช่วยคิดให้อัตโนมัติ:
- ใส่ค่าจ้างรายเดือนหรือรายวัน ไฟล์คิดฐาน เงินที่ต้องหัก และเงินสมทบของนายจ้างให้ทุกคน
- เช็กเกณฑ์ 10 คน และยกเว้นคนที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เอง
- อัตราเปลี่ยนจาก 0.25% เป็น 0.5% ตามเดือนที่เลือกโดยอัตโนมัติ
- รวมยอดนำส่งพร้อมวันครบกำหนด และบันทึกการนำส่งที่เตือนเมื่อส่งช้า
- เครื่องคิดประมาณเงินที่ลูกจ้างจะได้คืนเมื่อลาออก
ถ้าทำเงินเดือนด้วย ใช้คู่กับไฟล์ คำนวณเงินเดือน + ประกันสังคม + ภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วใส่ยอดเงินสะสมในช่องหักอื่น ๆ ของสลิปได้เลย